
ผมว่าเรื่องหนึ่งที่นักกอล์ฟชอบคุยกันบนโต๊ะอาหารหลังจากการออกรอบก็คือ เรื่องของวงสวิง
มีอยู่ครั้งหนึ่งผมแอบได้ยินนักกอล์ฟที่มีครูสองท่านกำลังเถียงกันอย่างมีรสชาติว่า
“โปรของข้าสอนมาว่าวงสวิงที่ถูกต้องใช้กล้ามเนื้อใหญ่เป็นตัวตี หากใครใช้แขนหรือข้อมือนั้นผิดหมด” ส่วนอีกท่านก็แย้งกลับไปว่าไม่จริง
“โปรอั๊วให้ใช้ข้อมือเป็นหลัก “สแนป” น่ะ รู้จักเปล่า?” สุดท้ายไม่มีใครยอมใครครับ ก็เลยจบลงแบบโจ๊กๆว่า “กูจะกินมึงด้วยวงแบบนี้แหละ คราวหน้ามึงคอยดู”
ผมยิ้มอยู่ในใจแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า สองคนที่เถียงกันนั้นเล่นอยู่ในก๊วนหน้าของผมเองครับ ผมเห็นคนที่บอกว่าใช้กล้ามเนื้อใหญ่เป็นหลักนั้น ตัวใหญ่ครับแต่ตีสั้นมาก ส่วนใหญ่อยู่ในแฟร์เวย์ตลอด ส่วนคนที่ใช้ข้อมือแสน็ป นั้นตีไกลครับ แต่ไม่เคยเห็นอยู่ในแฟร์เวย์สักลูก เขามักจะตีลูกฮุคผิดไปทางซ้าย จากการสังเกตสกอร์ทั้งคู่ไม่น่าจะต่ำกว่ารอบละ 50
หลังจากแอบได้ยินเขาคุยกันที่โต๊ะอาหารจึงทำให้เข้าใจว่า สาเหตุที่ทำให้คนตัวใหญ่นั้นตีสั้น น่าจะมาจากความเข้าใจที่ว่า ต้องใช้กล้ามเนื้อใหญ่เป็นหลัก เขาจึงไม่ยอมใช้แขนและข้อมือเลย โดยพยายามล็อคข้อมือให้นิ่งและให้แขนหนีบติดกับลำตัวตลอดวงสวิง การทำเช่นนี้จึงต้องใช้ลำตัวบิดอย่างแรงเพื่อตีลูก แต่ก็ไม่ได้กำลังเท่าไหร่เพราะขาดการทำงานของแขนและข้อมือทำให้ความยาววงสวิงนั้นสั้นเกินไป จนไม่สามารถสร้างความเร็วของหัวไม้ได้ ทั้งๆที่ร่างกายสูงใหญ่น่าจะมีโอกาสสร้างความกว้างและความยาวของวงสวิงได้มากกว่า
ส่วนคนที่ตีไกลแต่ไม่ตรงนั้น พยายามใช้แต่ข้อมืออย่างเดียว แต่ขาดความพอดี เนื่องจากจังหวะการใช้ข้อมือนั้นไม่สัมพันธ์กับการหมุนของลำตัว จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมหน้าไม้ขณะอิมแพ็คลูกได้ ผลก็คือลูกมักจะเลี้ยวซ้ายเข้าป่า ปิดโอกาสตัวเองในการเล่นช็อตต่อไปอย่างน่าเสียดาย
หากโจทย์คือต้องขว้างลูกกอล์ฟให้ไกลที่สุด ท่านคงต้องวิ่งมาขว้างอย่างไม่ต้อง
สงสัย
แต่ถ้าโจทย์คือต้องขว้างให้แม่นทั้งทิศทางและน้ำหนัก การวิ่งมาขว้างอย่างสุดแรงคงจะไม่เหมาะ ในเรื่องของวงสวิงก็คล้ายกัน คือไกลอย่างเดียวไม่พอ ต้องแม่นด้วย และสำหรับช็อตแอ็พโพรช แม่นทิศทาง
อย่างเดียวไม่ได้ ต้องแม่นระยะด้วย การที่ใช้กลไกของร่างกายหลายๆส่วนทำงานร่วมกันย่อมได้กำลังมากกว่า แต่ก็ต้องอาศัยทักษะและการฝึกซ้อมที่มากขึ้นเพื่อที่จะความคุมให้แต่ละส่วนทำงานได้อย่างสัมพันธ์กันและสม่ำเสมอแต่ที่สำคัญอย่าลืมว่าระยะทางกับความแม่นยำนั้น แปรผกผันกัน คนที่ตีไกลก็มักจะอยู่แฟร์เวย์น้อยกว่าคนที่ตีสั้น
ตามความเห็นของผมนั้นจะให้ได้ทั้งไกลทั้งแม่นนั้น คงทำได้ยากครับ ดังนั้นการพัฒนาวงสวิงของแต่ละคนก็ควรจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ต้องการระยะทาง หรือความแม่นยำกันแน่
ท่านต้องการระยะทางเป็นหลัก คือ
• ท่านไม่เคยตีสองออนในพาร์ห้าเลย หรือไม่เคยแม้แต่จะคิด
• พาร์ 4 ขึ้นแต่เหล็กยาวและหัวไม้ นานๆทีถึงจะได้หยิบเหล็กสั้น
• ขึ้นช็อตสองก่อนคนอื่นเสมอ
• ป่าอยู่ไหนไม่รู้จัก
ท่านต้องการความแม่นยำเป็นหลัก
• ท่านไม่ชอบแฟร์เวย์ตัวเอง และมักจะไปใช้แฟร์เวย์หลุมอื่นอยู่เสมอ
• เหลือไม่ถึง 100 หลา ตีไม่ออนเป็นประจำ หรือถ้าออนก็ออนไกลเป็นกิโล
• ไม่มั่นใจทุกทีหากในถุงมีลูกต่ำกว่า 10 ลูก
• ร้อง “ Fore ! ” มากกว่า 2 ครั้งต่อรอบ
ก่อนที่ท่านจะลงมือปรับเปลี่ยนวงสวิง คงต้องศึกษาให้ถ่องแท้เสียก่อนว่าสาเหตุของปัญหาอยู่จุดใด แล้วจะใช้วิธีไหนมาแก้ ใช้เวลานานเท่าไร ได้คุ้มเสียหรือไม่ และที่สำคัญอย่าลืมต้องวัดผลได้ด้วยนะครับ