P790 VS T-MB
เรียบเรียงโดย เฉลิมวงศ์ บวรกีรติขจร
21 Sep 2017
- Shares:
ผมเห็น TaylorMade P790 ตัวจริง ก่อนเห็นรูปถ่าย และ ผมเห็น Titleist 718 T-MB รูปถ่าย ก่อนเห็นตัวจริง
ไม่ว่าจะเห็นจากรูปถ่าย หรือ เห็นจากตัวจริง ใบเหล็กทั้ง 2 รุ่นนี้ สวยงามมาก
ความรู้สึกแรกที่เห็นคือ แล้วเราจะตีได้หรือเปล่า?
เพราะรูปลักษณ์ของทั้งคู่ช่างเหมือนเหล็กใบเบลดที่ผมเคยหลงใหลในอดีต แค่ดูรูปถ่ายเหล็กใบเบลดแต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์ที่ออกแบบสวยๆ ก็เพลินแล้วครับ แต่จะให้เอามาใช้งานในวัย 45 ปี ก็คงไม่ไหว ขอดูรูป ได้ลูบคลำบ้างเวลาไปเจอตัวจริง ก็มีความสุขแล้ว
อาจจะรู้สึกเหมือนมองรูปถ่ายสาวสวย ที่เราไม่มีวันเอื้อมถึง....
แต่หลังจากที่ได้อ่านวิธีการออกแบบของเหล็กทั้งคู่ว่าเป็นเทคโนโลยีการออกแบบโครงสร้าง Hollow ก็เริ่มมีความหวังว่า ผมน่าจะตีได้แน่นอน เพราะแม้ว่าเหล็กทั้งคู่จะมีรูปลักษณ์เป็นเหล็กใบเบลด แต่มีการออกแบบการชดเชยความผิดพลาดไม่ต่างจากเหล็กใบขนาดกลางตีง่ายๆ ของหลายแบรนด์ครับ ในความเห็นผม การออกแบบเทคโนโลยีชดเชยความผิดพลาด ดีกว่าเหล็กหลายๆ รุ่นที่ใบใหญ่กว่านี้ แต่เทคโนโลยีการออกไปไม่ถึง
การออกแบบใบเหล็กของทั้งคู่สามารถติดตามอ่านได้ที่ลิ้งค์นี้
http://golferdigital.com/article/504/
http://golferdigital.com/article/512/
การที่เหล็ก 2 รุ่นนี้ มีเทคนิคการออกแบบที่คล้ายกันมาก สวยเหมือนกัน แต่คนละสไตล์ ทำให้เชื่อว่าหลายๆ คนที่เล็งๆ เหล็กที่มีการออกแบบแนวนี้ มีความรู้สึกเหมือนผมคือ ดีทั้งคู่จนเลือกยาก
ผมจะลองอธิบาย คุณสมบัติเด่นของทั้ง 2 รุ่น ในมุมมองของผม เผื่อจะเป็นประโยชน์ทำให้นักกอล์ฟเลือกเหล็ก 2 รุ่นนี้ง่ายขึ้น
รูปลักษณ์


เหล็กทั้ง 2 รุ่นออกแบบรูปลักษณ์ให้ดูเป็นเหล็กใบเบลดคลาสสิคทั้งคู่ โดย Titleist 718 T-MB ออกแบบคล้ายกับเหล็กใบเบลดรุ่นดังๆ ของ Titleist ในอดีตหลายรุ่น ซึ่งทั้งสวยบาง และไม่ง่ายนักที่จะควบคุมมันอยู่ ส่วน TaylorMade P790 ออกแบบรูปทรงใบเบลดสมัยใหม่ที่แปลกตา
ความสวยของทั้งคู่คนละแบบจริงๆ ถ้าใครยังติดใจและมีความหลังกับเหล็กใบเบลดในอดีต T-MB น่าจะตอบโจทย์ แต่สำหรับนักกอล์ฟที่มองหาการออกแบบเหล็กเบลดสมัยใหม่ คงจะชื่นชอบ P790
ขนาดใบ

ขนาดของใบเหล็กทั้งคู่ มองผ่านๆ ตา ดูเหมือนจะเท่ากัน แต่หากใช้เวอร์เนียร์วัด จะได้ค่ามิติของใบ P790 ใหญ่กว่าเพียงเล็กน้อย ออฟเซ็ตของใบเหล็กทั้ง 2 รุ่น น้อยมากทั้งคู่ ส่วนของฐานล่าง ตัว P790 จะหนากว่า อาจเป็นเพราะมีการถ่วงทังสเทนในปริมาณน้อยกว่า จึงต้องขยายฐานเพื่อสร้างให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำลง
ขนาดของใบ ถ้าไม่ใช้อุปกรณ์ช่างวัด ดูผ่านๆ ตา ใกล้เคียงมาก ขอบบนของ P790 จะดูออกนิดๆ ว่าหนากว่า ถ้าใครชอบขอบบาง เล่นเหล็กขอบบางมาตลอด คงต้องอยู่ฝั่ง T-MB แต่ถ้าใครเล่นเหล็กใบขนาดกลางหรือใหญ่มาก่อนจนเคยชิน แนะนำให้อยู่ฝั่ง P790 จรดแล้วสบายใจกว่า
ฟิลลิ่งที่ได้จากการตี
P790 มีการใส่เทคโนโลยี SpeedFoam เข้าไปด้านในโดยการฉีดวัสดุ Polyurethane เข้าไป เพื่อลดแรงสั่นสะเทือน และสร้างความหนักแน่นในการอิมแพค ส่วน T-MB ปล่อยให้ด้านในของใบเหล็กโล่ง ซึ่ง Titleist ให้เหตุผลว่า ต้องการให้หน้าเหล็กทำงานเต็มที่ ฉะนั้นความรู้สึกที่ได้จากการตีและได้ยินเสียง P790 จะให้ความรู้สึกนุ่มแน่นกว่า ส่วน T-MB จะเสียงจะออกไปในแนวใสๆ โดยเฉพาะถ้าตีเข้ากลางหน้าไม้ อาจมีเสียงใสๆ เบาๆ คล้ายๆ หัวไม้แฟร์เวย์


หัวข้อนี้ ใครชอบเสียงแน่น ต้องอยู่ข้าง P790 ใครชอบเสียงแนวใสๆ ต้องอยู่ฝั่ง T-MB
วัสดุ
วัสดุทำหน้าเหล็กของทั้ง 2 รุ่น ชื่อเรียกต่างกัน แต่คุณสมบัติวัสดุแทบจะเหมือนกัน P790 ใช้ 4140 CARBON STEEL ส่วน T-MB ใช้ SUP10 คุณสมบัติเป็นเหล็กแข็งยืดหยุ่นดี สามารถรีดให้บาง เพื่อเพิ่มความเป็นสปริงให้กับหน้าเหล็ก
P790 จะเหนือกว่า T-MB 2 เรื่อง คือ 1 การใช้วัสดุ Polyurethane ใส่ไว้ด้านใน เพิ่มความนุ่มแน่น ให้กับการตี และวัสดุที่ทำ Body ของใบ ใช้ 8620 Carbon Steel ผลิตด้วยกรรมวิธี Forged ซึ่งเป็นเหล็กอ่อนที่นักกอล์ฟคุ้นเคยในเหล็กใบเบลด ส่วน T-MB เลือกใช้ 17-4 Stainless Steel ซึ่งเป็นเหล็กแข็งกว่า เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการสร้างใบเหล็ก Cast ซึ่งอาจไม่ใช่วัสดุที่เราเคยชินในเหล็กใบเบลด แต่ก็มีข้อดีคือ ทนทานต่อรอยขีดข่วนดีกว่า

T-MB จะเหนือกว่า ตรงที่การใส่ทังสเทนเข้าไปเยอะมาก มากถึง 93.9 กรัม ทำให้สามารถออกแบบลดขนาดใบ โดยที่ยังมีค่า M.O.I. และความง่ายเทียบเท่าใบเหล็กที่ทรงใหญ่กว่านี้หลายรุ่น

หัวข้อนี้แล้วแต่เลือกแล้วครับ ถ้าใครชื่นชอบวัสดุต้นตำหรับสำหรับสร้างใบเบลดคงต้องเลือก P790 ส่วนใครที่ออกแนววิศวกรรมจ๋า จะรู้สึกว่าทังสเทนปริมาณมากๆ ที่ใส่ลงไป มันน่าสนใจมากๆ สบายใจได้ว่า ถ้าทังสเทนถ่วงล่างมากขนาดนี้ ตีท๊อปนิดๆ ระยะทางยังได้อยู่
ระยะทาง
เรื่องระยะทางในการตีเหล็ก 2 รุ่นนี้ ในส่วนของเหล็ก 9 และ PW ยังคงทำระยะเดิมๆ ไว้ได้ ไม่ได้ไกลขึ้นจนสร้างปัญหา เหมือนเหล็กตีไกลรุ่นอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ส่วนระยะเหล็กตั้งแต่ 8 ขึ้นไป เริ่มทำระยะเพิ่มขึ้นให้เห็นชัดเจน ทั้งนี้ทั้งนั้น ระยะที่เพิ่มขึ้น ขึ้นอยู่กับต้นทุนของแต่ละคนว่า ณ ปัจจุบันใช้เหล็กรุ่นไหน ถ้าเดิมใช้เหล็กที่ทำระยะสั้นเช่น เบลด หรือระยะกลางๆ เหล็กทั้ง 2 รุ่น จะช่วยเพิ่มระยะได้ราว 5-15 หลา โดย P790 จะทำระยะเหนือกว่านิดๆ แต่ถ้า ณ ปัจจุบัน นักกอล์ฟใช้เหล็กใบใหญ่ๆ ชดเชยความผิดพลาดดีกว่าทั้ง 2 รุ่น ระยะอาจไม่เพิ่ม หรือมีโอกาสลดลงนิดๆ ครับ

สำหรับเรื่องระยะทางมองได้ 3 มุมคือ คนที่เล่นเหล็กขนาดเล็ก อยากได้เหล็กรุ่นใหม่ที่มีโอกาสทำระยะเพิ่มขึ้นชัดเจน หรือนักกอล์ฟที่เล่นเหล็กใบขนาดกลางที่อาจเพิ่มระยะได้เล็กน้อย ส่วนนักกอล์ฟที่เล่นเหล็กใบใหญ่ อาจมองหาเหล็กที่ใบเล็กลง ระยะลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงให้ระยะที่ตัวเองพอใจอยู่
เรื่องระยะอยู่ที่มุมมอง และต้นทุนเดิมของระยะตัวเองที่ทำได้ในเหล็กลุดเดิมครับ
องศา
สำหรับองศาหน้าเหล็กมองได้ 2 มุม ในมุมมองของนักกอล์ฟมือดี ที่ไม่ต้องการเหล็กองศาสตรองมาก ตัว T-MB จะเหนือกว่า ตรงที่องศาสตรองขึ้นเพียง 1-2 องศา เมื่อเทียบกับเหล็กใบเบลดคลาสสิค ส่วน P790 องศาจะสตรองกว่า 2-4 องศา แต่สำหรับนักกอล์ฟที่ชอบเหล็กองศาสตรองอยู่แล้ว P790 องศาจะสตรองขึ้นชัดเจนมาก

ราคา
เรื่องราคาขาย P790 เหนือกว่าแน่นอน ที่จำนวนเหล็กเท่ากัน เพราะราคาถูกราว 2 หมื่นครับ
ในความเห็นส่วนตัวของผม หลังจากที่รวบรวมข้อดีต่างๆ ของเหล็กทั้ง 2 รุ่น ค่อนข้างเลือกยากจริงๆ ครับ คงต้องนั่งลิตส์คุณสมบัติต่างๆ ที่ตัวเองต้องการ และลองหาโอกาสทดสอบตีจริงทั้งคู่ แล้วค่อยมาตัดสินใจว่า เหล็กรุ่นไหนที่ตอบโจทย์ตัวเองมากที่สุด
เฉลิมวงศ์ บวรกีรติขจร
Chalermwong B.Kajorn
ผู้ดำเนินรายการตอบคำถามอุปกรณ์กอล์ฟ คลื่น FM99 รายการ Golf Trick ทุกวันศุกร์ เวลา 9:00-10:00 น.
ติดตามข้อมูล ความรู้ต่างๆ จากเราได้ที่
https://www.facebook.com/GolferOnlineMag/
https://www.facebook.com/cing8333
https://line.me/R/ti/p/%40golferonline
หรือค้นหาเพื่อนใน line โดยคีย์คำว่า @golferonline
หรือสนในสั่งซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ที่
https://line.me/R/ti/p/%40qcgolf
หรือโทร 091-991-9592
21 / 9 / 2017
Tags : Titleist Taylormade Blade เบลด Iron Irons












